Ministry of Health (MOH) Blog ผู้หญิง รู้ทัน สาเหตุท้องลายหลังคลอด และวิธีป้องกันตั้งแต่ตั้งครรภ์
ผู้หญิง แม่และเด็ก

รู้ทัน สาเหตุท้องลายหลังคลอด และวิธีป้องกันตั้งแต่ตั้งครรภ์

“ท้องแตกลายหลังคลอด” ถือเป็นหนึ่งในปัญหาผิวพรรณที่คุณแม่หลายคนต้องเผชิญหลังจากการตั้งครรภ์ เมื่อผิวหนังบริเวณหน้าท้องต้องยืดขยายอย่างรวดเร็วเพื่อรองรับการเจริญเติบโตของทารก ทำให้โครงสร้างผิวที่อยู่ใต้ชั้นหนังกำพร้า เช่น คอลลาเจนและอีลาสติน เกิดการฉีกขาด จนส่งผลให้เกิดเป็นรอยแตกเป็นเส้น ๆ บางคนมีลักษณะเป็นสีแดง ม่วง หรือน้ำตาลในช่วงแรก ก่อนจะค่อย ๆ จางลงเป็นสีขาวหรือสีเงินเมื่อเวลาผ่านไป

ท้องลายหลังคลอดเกิดจากอะไร? 

  • เกิดจากการขยายตัวของผิวหนังอย่างรวดเร็ว เพราะ เมื่อทารกในครรภ์เติบโต หน้าท้องจะขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้ผิวหนังไม่สามารถปรับตัวได้ทัน จนเกิดการแตกลาย
  • ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงขณะตั้งครรภ์ ระดับฮอร์โมน เช่น คอร์ติซอล ที่เพิ่มขึ้น จะไปลดความสามารถของคอลลาเจนในการยืดหยุ่น ทำให้ผิวเปราะบางและแตกลายง่ายขึ้น
  • พันธุกรรม หากแม่หรือพี่สาวเคยมีรอยแตกลายขณะตั้งครรภ์ โอกาสที่คุณจะมีท้องลายหลังคลอดก็จะเพิ่มมากขึ้น
  • น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การเพิ่มของน้ำหนักตัวในช่วงตั้งครรภ์มากเกินไปในระยะเวลาอันสั้น เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผิวหนังแตกลายได้ง่าย

วิธีการดูแลผิวเพื่อป้องกันการเกิดรอยแตกลายขณะตั้งครรภ์ 

  • ดูแลผิวให้ชุ่มชื้น

ภายนอกการบำรุงผิวด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์ บอดี้ออย รวมถึงการดื่มน้ำให้เพียงพอจะช่วยให้ผิวชุ่มชื้นจากภายใน รวมถึงการงดบริโภคคาเฟอีนที่มีผลต่อการขับน้ำออกจากร่างกาย ก็มีส่วนช่วยให้ผิวนุ่มและฟื้นฟูผิวที่กำลังขยายจากการตั้งครรภ์

  • บำรุงจากภายในด้วยอาหารผิว

ควรเลือกรับประทานอาหารครบตามหลักโภชนาการ และเสริมสร้างวิตามินที่มีส่วนสำคัญในการสร้างคอลลาเจนที่เป็นปัจจัยหลักใน การเสริมสร้างความยืดหยุ่นของผิว เช่น อาหารที่มีส่วนผสมอุดมไปด้วยวิตามินซี วิตามินอี วิตามินบี2 (Riboflavin) และ วิตามินบี 3 (Niacin) เป็นต้น

  • การควบคุมน้ำหนักระหว่างตั้งครรภ์

ในส่วนการควบคุมน้ำหนักก็ส่งผลโดยตรงต่อการขยายตัวของผิวของคุณแม่จนทำให้เกิดหน้าท้องแตกลายจากการตั้งครรภ์ ซึ่งเกณฑ์ของน้ำหนักที่ควรควบคุมไม่ให้เกินเฉลี่ยประมาณ 12 กิโลกรัม ตลอดการตั้งครรภ์ ถ้าคุณแม่ที่มีน้ำหนักตัวเกิน ควรปรึกษาแพทย์ และก็ขึ้นอยู่กับน้ำหนักก่อนตั้งครรภ์ว่าอยู่ในสภาวะเป็นผู้หญิงน้ำหนักปกติ น้ำหนักเกิน หรือ น้ำหนักน้อยกว่าปกติ ถ้าคุณแม่สามารถควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมตามที่แพทย์แนะนำก็จะดีทั้งต่อสุขภาพและป้องกันรอยแตกลายได้อีกด้วย

  • การออกกำลังกาย

การออกกำลังกายที่เหมาะสม และอยู่ในคำแนะนำของแพทย์ ก็มีส่วนช่วยในเรื่องของสุขภาพและการไหลเวียนของโลหิตที่ดี ส่งเสริมให้ผิวมีความกระชับ แข็งแรง ด้วยการออกกำลังกายเบา ๆ แต่หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่มีการเกร็งท้อง หรือรับน้ำหนักช่วงท้อง อย่างการซิทอัพ หรือวิ่ง ให้เน้นการออกกำลังกายด้วยการเล่นพิลาทิส หรือโยคะจะดีกว่า แต่ก็มีบางท่าที่คุณแม่ตั้งครรภ์ห้ามทำ เช่น ท่ายืนโก่งคันธนู,ท่ายืนด้วยศรีษะ,ท่าคันศร เป็นต้น

รอยแตกลายหลังคลอด มีกี่แบบ? 

รอยแตกลายหลังคลอด เป็นรอยแตกลายที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน และรอยแตกลายหลังคลอดจะสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 แบบ คือ

  1. รอยแตกลายแดง หรือ Striae Rubra

เป็นรอยแตกลายใหม่ที่เกิดจากการยืดขยายและการหดตัวของผิวหนังอย่างรวดเร็ว จนทำให้เกิดการฉีกขาดของคอลลาเจนที่ใต้ชั้นผิว ส่งผลทำให้เกิดรอยแตกลายที่มีสีแดง หรือสีม่วงเนื่องจากมีหลอดเลือดอยู่ภายใต้ผิวหนัง (ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคลด้วย) โดยรอยแตกลายแดงชนิดนี้จะสามารถตอบสนองต่อการรักษาได้ง่ายและให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่ารอยแตกลายขาว

  1. รอยแตกลายขาว หรือ Striae Alba

เป็นรอยแตกลายที่อยู่นานหรือรอยแตกลายเก่า เมื่อไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี หลอดเลือดบริเวณรอยแตกจะค่อยๆ จางหายไปรอยแตกลายเปลี่ยนสภาพกลายเป็นรอยแตกลายสีขาวนั่นเอง ซึ่งรอยแตกลายชนิดนี้เป็นรอยแตกลายที่ไม่ค่อยตอบสนองในรักษา ทำให้หายได้ยากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับรอยแตกลายสีแดง

สรุป

หน้าท้องลายหลังคลอดสามารถเกิดขึ้นได้กับคุณแม่ทุกคน ดังนั้นเมื่อป้องกันไม่ได้ก็ควรหาวิธีรักษาที่ดีที่สุดไว้สำหรับการรับมือ อย่างการทำเลเซอร์ลบรอยแตกลาย ด้วยโปรแกรม Morpheus Pro  ซึ่งเป็นวิธีที่ให้ผลลัพธ์ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ และเป็นวิธีที่มีความปลอดภัยสูงเนื่องจากทำโดยแพทย์ ซึ่งคุณแม่ท่านไหนที่สนใจสามารถปรึกษาเพื่อรับฟังคำแนะนำได้ที่ Aestima Clinic ได้เลยค่ะ

Exit mobile version